[ แสดงกระทู้ท้งหมด]


มีหมากรุกไทยใน ซีเกมส์ 2ปีข้างหน้า ?

รายละเอียด

จริงหรือป่าวครับ ที่ว่าจะมีหมากรุกไทยในซีเกมส์ปีหน้า

โดย : ผู้สนใจ Guest [ 08/12/2005, 15:52:37 ]

ความคิดเห็นที่ : 1

ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะก่อนที่จะบรรจุเป็นกีฬาซีเกมส์ได้
เค้าจะต้องมีการสาธิตให้กับเพื่อนสาชิกชาติอื่นด้วยว่าจะยอมรับกันไหม
รู้มาว่าจะต้องลงคะแนนเสียงกันด้วย ไม่ใช่ว่าประเทศใดเป็นเจ้าภาพ
แล้วจะเอากีฬาพื้นบ้านตัวเองไปบรรจุได้

โดย : บัวสาย Member   [ 08/12/2005, 15:58:49 ]

ความคิดเห็นที่ : 2

ได้ยินว่าประเทศแถบนี้บางประเทศ หมากรุกของเขากติกาก็เหมือนของไทยนี่ครับ ต่างกันที่ตัวหมากเท่านั้น

โดย : 00 Guest   [ 08/12/2005, 19:49:50 ]

ความคิดเห็นที่ : 3

เขมรมีหมากรุกที่เดินเหมือนหมากรุกไทยทุกอย่าง (และเชื่อกันว่ามีมาก่อนไทยครับ)
ส่วนพม่าตัวหมากรุกเดินเหมือนกัน ต่างกันที่ตำแหน่งตอนเริ่มเกมครับ
หากมีในซีเกมส์คงไม่อาจใช้ชื่อหมากรุกไทยได้ ตอนนี้ปัญหาใหญ่
คงไม่ใช่การ
ยอมรับจากชาติในภูมิภาคนี้ แต่เป็นการยอมรับของโอลิมปิคไทย
ผมคิดว่า
ถ้าไม่จัดชิงแบบใส่จำนวนเหรียญไปเยอะ ก็น่าจะถือเป็นการประชา
สัมพันธ์หมากกระดาน
อีกชนิดหนึ่ง และเพื่อหาจุดมุ่งหมายใหม่ให้กับนักหมากรุกไทย
และบังเป็นการ
ส่งเสริมให้คนไทยกันเองรู้จักหมากรุกไทยกันมากขึ้นด้วยครับ
ตอนนี้สิ่งหนึ่งที่
ผมอยากทำมากสุดคือการเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อหมากรุก
ในซีเกมลงใน
เว็ปสาธารณะต่างๆ เผื่อจะลดความรู้สึกแบบความคิดเห็นที่ 2
ลงได้ หรือหากผู้ใด
มีความสามารถก็ช่วยด้วยแล้วกัน ผมนั่งคิดมาตลอดตั้งแต่อยู่ที่
ฟิลิบปินส์ แต่อย่าง
ที่บอกปัญหาใหญ่คือการให้โอลิมปิคไทยเห็นด้วยครับ และที่ผมคิดก็คือความรู้สึก
แบบความเห็นที่ สองนะครับ ต้องมีมากแน่ๆ(โอลิมปิคไทยก็คงต้องกังวลเรื่องนี้
นอกเหนือจากเรื่องงบประมาณ) หากเราจัดชิงไม่กี่เหรียญเพื่อแสดงถึงเจต
จำนงค์ต้องการเผยแพร่ หมากชนิดหนึ่งที่เล่นในภูมิภาคนี้ น่าจะลดความรู้สึกนี้ลงได้

หากหมากรุกมีในซีเกมครั้งหน้าได้ ก็คงช่วยกระตุ้นวงการหมากรุก
ในย่านนี้และทำให้
โอลิมปิคของแต่ละชาติยอมรับหมากรุกมากขึ้น

โดย : ขุนสันต์ Guest   [ 09/12/2005, 06:21:37 ]

ความคิดเห็นที่ : 4

ครับ เท่าที่ผมฟังมา มีมากกว่า 6 ชาติ น่ะครับที่โหวตให้กับหมากรุกไทย จะมีการบรรจุกีฬาอะไรเข้าไป
ต้องมีชาติสมาชิกเห็นพ้องด้วย
อย่างน้อย 4 ชาติ ที่เขาโหวตกันนี่เพราะเห็นว่า หมากรุกสากลเขาได้เหรียญทอง
หมากรุกไทยน่าจะง่ายกว่าและเป็นหมากรุกที่มีความใกล้เคียงหมากรุกสากลมากที่สุด ไม่เหมือนหมากรุกจีน หรือ
โชกิ หรือ โกะ เหรียญทองอยู่ในมือนักกีฬาของเขาแน่นอน เขาก็ส่งคนที่เล่นหมากรุกสากลนี่แหละครับ
ลงแข่งหมากรุกไทย ทางฟิลิปปินส์
เวียดนาม สิงคโปร์ เขาก็หมายมั้นปั้นมือไว้แล้ว และยังมองการณ์ไกลไปถึงจัดชิงแชมป์โลก เพราะหมากรุกสากล
ก็รู้รู้กันอยู่ว่า สู้พวกยุโรปกับอเมริกาไม่ได้
ปัญหาผมคิดว่าไม่ได้อยู่ที่โฮลิมปิคไทยหรอกครับแต่ปัญหา ก็คือ สมาคมหมากรุกไทย
ยังไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้นเลยครับ ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า เพราะอะไร แต่ก็เอาใจช่วยคุณขุนสันต์ น่ะครับ
เรื่องชื่อนี่ ผมเสนอว่าให้ใช้ชื่อว่า Asean Chess ครับ ถ้าจะให้ผมเขียนบทความอะไรช่วย ก็เมล์
มาหาผมได้ครับ คุณขุนสันต์

โดย : +ยอดขุนโจร Guest  -  [ 09/12/2005, 09:33:59 ]

ความคิดเห็นที่ : 5

ยอดขุนโจร อ่านเกมขาดเลยครับ
นับถือ นับถือ

แต่เท่าที่ผมทราบมา คนส่วนใหญ่จะรู้จักเราในนาม Makruk นะครับ
แต่ชื่อ Asean Chess นี่ก็ ฟังดูดีมากๆเลยนะ

ว่าแต่ ตะกร้อนี่ เขาใช้ชื่อว่าอะไรในซีเกมส์นะครับ
พอจะนำมาเทียบเคียงกันได้บ้างไหม


ส่วนคุณคนชอบขำ นั้น เป็นตลก แบบไม่สร้างสรรค์เลย
นำความเท็จ มาพูด เพื่อสร้างความร้าวฉานเปล่าๆ
ถ้าคนที่มีความคิดก็จะรู้ว่าว่า
ทำไมหมากรุกไทยถึงไม่มีการจัดแข่งขัน
ผมว่าน่าจะมาจากไม่มีคนทำ แม้แต่ สมาคมหมากรุกไทย ยังไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้นเลย
ขนาด Chess และหมากรุกจีน ยังมีสมาคม มีคนคอยดำเนินงานเลย

เมื่อไม่มีเจ้าภาพ ก็ไม่มีคนทำงาน ก็เท่านั้นเอง
ดังนั้นใครอยากทำก็ทำ ใครไม่อยากทำก็ไม่ทำ
บางทีก็มีการแข่งขัน บางทีก็ไม่มี






โดย : ซึซึอิ Member   [ 09/12/2005, 11:45:38 ]

ความคิดเห็นที่ : 6

ให้ประเทศไทยส่งหมากรุกสากลก่อนเถอะ แค่หมากรุกสากลยังไม่ส่งเลย
ไม่ได้ให้ความสำคัญกับหมากกระดานเลยแล้วจะเอาหมากรุกไทยเข้าซีเกมส์หรอขำอ่ะ

โดย : ไกลปืนเที่ยง Guest   [ 09/12/2005, 19:46:20 ]

ความคิดเห็นที่ : 7

เรื่องบางเรื่องถ้าไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง พูดมากไปก็มีแต่เสียส่วนรวม

เงียบดีกว่าครับ

โดย : ขอเตอะ Guest   [ 09/12/2005, 20:46:43 ]

ความคิดเห็นที่ : 8

ผมไม่เคยมีอกุศลจิต อย่างที่คุณหมากรุกไทยแท้ คิดไปเองหรอกนะครับ

ผมสนับสนุนเรื่องนี้ ก็มีเหตุผลอยากเผยแพร่หมากกระดาน
เพราะอยากให้เยาวชนนิยมเล่นหมากกระดาน
(จะอะไรก็ได้ แล้วแต่ความชอบ ความถนัด ของแต่ละคน)

แน่นอน ผมไม่มีอำนาจจะผลักดัน หรือตัดสินใจ
ก็แค่แสดงความคิดเห็นโดยสุจริตใจ
และแน่นอนว่า ก็อาจมีความเห็นที่ไม่ต้องตรงกัน

อย่างไรก็ดี ผมมีตัวตนจริง และรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองกระทำเสมอมา
มีเบอร์ โทร และ email ที่ติดต่อได้จริงครับ

โดย : ซึซึอิ Member - เบอร์ติดต่อ : 09-110-2828 -  [ 09/12/2005, 22:40:40 ]

ความคิดเห็นที่ : 9

ที่ญี่ปุ่น เขาก็พยายามส่งเสริม โชกิ และโกะ ให้กับนานาชาติ
มีการส่งคนไปสอนให้รู้จักเล่น มีการจัดแข่งขัน พร้อมออกค่าใช้จ่าย เพื่อชักจูงให้นานาชาติหันมาสนใจเล่น

ประเด็น คือ ทำอะไรก็ได้เพื่อให้คนนิยมเล่น
จะจัดแข่งใน ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์
หรือ เผยแพร่ด้วยวิธีใด ผมเองก็คิดว่าดีทั้งนั้น

แน่นอนว่า ควรส่งเสริมจากภายใน ก็ดีเช่นกัน
แต่จะใช้กลวิธีไหน ป่าล้อมเมือง หรือเมืองล้อมป่า
ก็ขึ้นกับความเหมาะสม ขอให้ทำเถอะ

อย่าปิดกั้นความคิด เพียงแค่เห็น ไปตามกระแส

เรื่องบางเรื่อง แม้กระแสจะเป็นเช่นไร ก็ต้องกล้าฝืน ถ้าเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควร และชอบด้วยหลักการ

ผมยก ตะกร้อ เป็นอุทาหรณ์ ทำไมถึงขนาดเผยแพร่และได้แข่งในระดับเอเชี่ยนเกมส์ได้


โดย : ซึซึอิ Member   [ 09/12/2005, 22:54:37 ]

ความคิดเห็นที่ : 10

ผมว่าบรรจุแข่งน่ะได้แต่3ครั้งแรกไม่ควรนับเหรียญเพื่อให้ชาติอื่นได้มีเวลาพัฒนาการเล่นและเราก็จะไม่โดน
ด่าว่าจัดเพราะอยากได้เหรียญทองครับ

โดย : จ้าวอสรพิษ Guest   [ 10/12/2005, 01:41:55 ]

ความคิดเห็นที่ : 11

เห็นด้วยกับควมคิดที่18

โดย : latin Member   [ 10/12/2005, 02:55:00 ]

ความคิดเห็นที่ : 12

ต้องเอากีฬาพื้นบ้านด้วยนะครับ ไม่งั้นจะมีซีเกมส์ไปทำไม
“บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ เลขาธิการโอลิมปิกไทย กล่าวว่า ....จะบรรจุชนิดกีฬาสากลเป็นหลัก
แต่จะไม่ทิ้งกีฬาพื้นบ้าน
เพราะเป็นวัตถุประสงค์แรกเริ่มของซีเกมส์เพราะต้องการยกระดับกีฬาพื้นบ้านสู่สากล
ชาติที่ฉลาดๆเขาพยายาม ส่งกีฬาพื้นบ้านของเขาสู่ระดับสากลทั้งนั้นครับ
เพียงแต่เขาทุนหนาและทุ่มเทจึงทำได้สำเร็จ อย่างยูโด คาราเต้ เทควนโด นี่กีฬาพื้นบ้านหมดเลยนะครับ
ถ้าคิดแบบไม่เอากีฬาพื้นบ้าน ตะกร้อคงไม่มีวันนี้

โดย : กิ้ม Guest   [ 10/12/2005, 07:56:20 ]

ความคิดเห็นที่ : 13

ตะกร้อที่เล่นกันในซีเกมส์
มิใช่กีฬาพื้นเมืองไทยแท้นักขอรับ จักไปกันใหญ่
ชาติที่เล่นตะกร้อ นอกจากไทย ยังมีมาเลฯ แลพม่า
เรียกกันไปต่างๆ แม้อุปกรณ์หลักจักเปนลูกหวายเฉกเดียวกัน
รูปแบบแลขนาดสนาม ตลอดจนกติกาก็ผิดแผกกัน
แต่จากการร่วมมือกันทั้งสามชาติ ก็ทำให้ได้เปนรูปแบบใหม่ที่รับกันได้
กระทั่งชื่อที่เรียกก็เปนคำผสมมิใช่เพียงชาติใดชาติหนึ่ง
พัฒนาการของตะกร้ออาจจักมองไม่เห็นชัดเจน ด้วยความนิยมอาจจักมิมากเยี่ยงบาสฯบอลฯแลวอลเล่ย์ เปนอาทิ
แต่ผู้คนในวงการและสนใจจักทราบดีถึงพัฒนาการ ตัวอย่างคือการเปลี่ยนมาเปนลูกพลาสติก เปนอาทิ

อย่ามีเพียงชาตินิยมอย่างเดียวเลย มองให้กว้างไปอีกสักนิด เซปัคตะกร้อ อาจเปนตัวอย่างที่ดีแลชัดเจน
ในอดีตหากเราดึงดันใส่ "ตะกร้อข้ามตาข่าย" เข้าไปในกีฬาภูมิภาค
ด้วยความตระหนักในคุณค่าแลภูมิใจในความเปนไทยเพียงอย่างเดียว เชื่อได้ว่ายากยิ่งนักที่จักมีเยี่ยงวันนี้

ดั่งนี้ หากแม้นมีชาติเพื่อนบ้านที่เล่นหมากกระดานคล้ายเราอย่างยิ่งแล้ว
ก็ควรจักจับมือกันให้เกิดรูปแบบที่ดี มีมาตรฐานและยอมรับกันถ้วนทั่ว
นี่จักเปนการผสมผสานวัฒนธรรมและสร้างความภูมิใจร่วมกันได้ดียิ่งกว่า

เตรียมความพร้อมกันให้ดีสำหรับวันข้างหน้า หากวางเป้าไว้เยี่ยงนั้นอย่างแน่วแน่
ย้อนกลับดูหมากรุกไทยในบ้านเราให้ชัดก่อนจักดีกว่า
เรารักและภูมิใจกับกีฬานี้กันเพียงใด
เราส่งเสริมกันเพียงใด
หากมีเพียงระดับรากหญ้าแล้ว ก็ยากยิ่ง
กติกาที่ใช้เล่นกันในวันนี้ มีมาตราฐานเพียงพอแล้วฤา ?
องค์กร บุคลากร ระบบต่างๆเราพร้อมแล้วฤา ?
กระทรวง..กีฬา มองเห็นหมากรุกไทยเปนกีฬาแล้วฤา ?

ขอคารวะต่อความคิดเห็นของทุกท่าน
เพียงขอแทรกแซมสักเล็กน้อย ขาดเหลือ ผิดพลาด ฤาล่วงเกินอันใด
โปรดอภัย

โดย : คนหมากรุกไทย Guest   [ 10/12/2005, 10:21:39 ]

ความคิดเห็นที่ : 14

........ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ เลขาธิการโอลิมปิกไทย กล่าวว่า ....จะบรรจุชนิดกีฬาสากลเป็นหลัก
แต่จะไม่ทิ้งกีฬาพื้นบ้าน
เพราะเป็นวัตถุประสงค์แรกเริ่มของซีเกมส์เพราะต้องการยกระดับกีฬาพื้นบ้านสู่สากล ........

อ่านแล้ววังเวง......
หากเป็นวัตถุประสงค์เช่นนั้นจริง ทำไมไม่ประชุมสรุปให้เป็นเรื่องราวกันไป
กำหนดให้ชัดเจนว่ากีฬาอะไรควรส่งเสริม อะไรที่ไม่ควร กีฬาพื้นเมืองของชาติต่างๆ
ส่วนใหญ่ก็เล่นกันมาเป็นร้อยปี อันนี้เห็นแต่เจ้าภาพอ้าง เอาความได้เปรียบและความเกรงใจ
หรือบางครั้งก็แลกเปลี่ยนประโยชน์กัน ประเภทคราวนี้ฉันโหวตให้ คราวหน้าต้องโหวตให้ฉัน

โดย : เล่นด้วย Guest   [ 10/12/2005, 14:45:09 ]

ความคิดเห็นที่ : 15

Quu มายุ่งไรในหมากรุกไทยจ๊ะ

โดย : latin Member   [ 11/12/2005, 01:27:49 ]

ความคิดเห็นที่ : 16

ตะกร้อข้ามตาข่ายนั้นเดิมเป็นกีฬาพื้นบ้านครับ
มาเลย์เป็นผู้เสนอให้แข่งก่อน จึงได้นามเซปัคนำหน้าตะกร้อ
พม่าไม่เกี่ยว เพิ่งมาแข่งกะเขาทีหลัง
ฟิลิบปินส์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เคยติดอันดับกะเขาปล่าว ความนิยมเล่นไม่มีแน่ๆ
ทำไมรังเกียจกีฬาพื้นบ้านนักละครับ
ชาตินิยมในเรื่องดีๆผิดตรงไหนหรือ

โดย : กิ้ม Guest   [ 11/12/2005, 09:57:49 ]

ความคิดเห็นที่ : 17

ความเห็นของกิ้ม

ทำไมรังเกียจกีฬาพื้นบ้านนักละครับ
ชาตินิยมในเรื่องดีๆผิดตรงไหนหรือ

มีความเห็นอันไหนที่บ่งว่ารังเกียจกีฬาพื้นบ้านหรือ
อย่าไปสาดสีคนอื่นที่คิดต่างออกไปสิ จะกลายเป็นคับแคบไป

ชาตินิยมให้ดูความเหมาะสมด้วย
ชาตินิยมในกลุ่มคนชาติเดียวกันไม่มีปัญหา และไม่ต้องส่งเสริมหรอก เป็นเรื่องปกติที่มีอยู่แล้ว
หากใช้สติและปัญญาคิดประกอบ น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก

โดย : คนในมุ้ง Guest   [ 11/12/2005, 10:52:48 ]

ความคิดเห็นที่ : 18

อืม เราว่าเราเราก็ไม่ได้สาดสีใครนะ ชื่อก็ใช้ชื่อจริงเสนอความเห็น
เพียงแต่แปลกใจที่เห็นคนไทยบางส่วนจะรู้สึกเดือดร้อนมาก
ถ้ากีฬาหรือการละเล่นของไทยจะถูกบรรจุเข้าเข้าในซีเกมส์ ก็อ่านมาเยอะ

"ชาตินิยมให้ดูความเหมาะสมด้วย
ชาตินิยมในกลุ่มคนชาติเดียวกันไม่มีปัญหา และไม่ต้องส่งเสริมหรอก เป็นเรื่องปกติที่มีอยู่แล้ว
หากใช้สติและปัญญาคิดประกอบ น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก"

คำพูดอย่างนี้เสียอีกจะให้ตีความว่าไงเนี่ย

โดย : กิ้ม Guest   [ 11/12/2005, 12:47:31 ]

ความคิดเห็นที่ : 19

ความคับแคบที่ว่า ไม่ใช่ความรู้แคบ แต่การสรุปว่าคนที่คิดต่างคือคนรังเกียจกีฬาพื้นบ้านนี้ออกจะเกินเลย
และคับแคบต่อการแสดงความคิดเห็นของผู้อื่น

การคาดหวังว่ากีฬาภูมิภาคจะช่วยพัฒนากีฬาพื้นบ้านของไทย เป็นอีกหนึ่งแนวคิด
แต่ลองมองความเป็นจริงที่เกิดขึ้นไหม..

หมากรุกสากล
@ตอนซีเกมส์ที่เวียตนาม
เราส่งทีมชายไป โดยคาดหมายว่าจะได้เหรียญ
จะเป็นโดยไม่ได้ดู rating ของผู้เล่นเราเทียบกับปรtเทศอื่น หรือ ดูแล้วผิด หรือ ใส่อคติมากไป
กระทั่งมือหนึ่งหมากรุกไทยอย่างเซียนป่องก็กล่าวก่อนไปแข่งว่าหากไม่ได้เหรียญใดๆ จะเลิกเล่นหมากรุกสากล
แต่ที่สุดสำหรับกีฬานี้ คือ เรากลับบ้านมือเปล่า

@ตอนซีเกมส์ที่ฟิลิปปินส์
ในการพิจารณาประเภทกีฬาที่จะส่งไปแข่ง หมากรุกสากลได้รับการคัดเลือกให้เป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่จะ
"ไม่ส่ง" เหตุผลสำคัญที่สุดน่าจะเป็นด้วยโอกาสที่จะได้เหรียญนั้นชัดเจนที่สุดว่า
"จะไม่ได้"

เราก็เริ่มมาได้คิดว่าหมากรุกไทยเรานี้ดีมีคุณค่า และควรบรรจุเป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาของซีเกมส์
ในฐานะที่เป็นกีฬาพื้นบ้านที่ควรส่งเสริมอย่างยิ่งยวด
.......หลังจากเรารู้ตัวว่าหมากรุกสากลเราล้าหลังนัก..
.......หลังจากเรารู้ว่าเราหมดหวังได้เหรียญใดๆจากหมากรุกสากล..
.......หลังจากที่เราไม่ส่งคนไปร่วมแข่งหมากรุกสากลอีก..

ทำไมความคิดที่จะส่งเสริมหมากรุกไทยพึ่งมาเชี่ยวกราดเอาช่วงนี้..
ทำไมคิดว่าควรไปเริ่มที่ซีเกมส์ แทนที่จะเป็นภายในประเทศก่อน..
ในกีฬามหาวิทยาลัยมีบ้างไม่มีบ้าง ก็ไม่เห็นตัวใหญ่ๆจะเดือดร้อน..
ในกีฬาแห่งชาติมีบ้างหรือยัง..
การส่งเสริมและความนิยมภายในประเทศเพียงนี้ จะไปคาดหวังสูงจากประเทศอื่นได้อย่างไร..
องค์กรเราเข็มแข็งหรือไม่..
ระบบเราดีแค่ไหน แค่ Rating ที่ทางแม่โขงเคยพยายามเริ่มทำ ถึงวันนี้ยังมีให้เห็นอีกหรือไม่..
แค่บันทึกเกมการแข่งขัน ก็มีเรื่องให้ถกกันอีกยืดยาว..


ทางยุโรปอเมริกา ก็ให้ความสนใจหมากรุกไทยบ้าง
..เน้นว่าบ้างเท่านั้น แต่ที่เรายังห่างไกลมาก (และเทียบไม่ได้ด้านความนิยม) ก็คือ
หมากล้อมและหมากรุกจีน มีการแข่งขันระหว่างประเทศ ทั้งในระดับภูมิภาค ถึงกระทั่งการชิงแชมป์โลก
เฉพาะการจัดแข่งในยุโรปแต่ละประเภทก็มีการแข่งขันระหว่างประเทศปีละหลายรายการ

ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ กระทั่งโอลิกปิค
โดยพื้นฐาน เป็นกีฬาสมัครเล่นทั้งหมด
ภายหลังได้มีการปรับเปลี่ยนให้นักกีฬาอาชีพเข้าร่วมการแข่งขันได้ แต่ก็ไม่ทั้งหมด
ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง
ดังนั้น หากเทียบเคียงกับกีฬาอาชีพต่างๆแล้ว แชมป์โอลิมปิค
ศักดิ์ศรีหรือการยอมรับก็ยังด้อยกว่าแชมป์โลกในกีฬาประเภทเดียวกัน
สำหรับกีฬาที่มีพื้นฐานสมัครเล่นมาก่อนเช่นว่ายน้ำ หรือ กรีฑา ในโอลิมปิคยังต้องถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุด

เราคิดว่าหมากรุกไทยควรเป็นกีฬาสมัครเล่นหรืออาชีพล่ะ..

หมากรุกสากล เป็นหมากกระดานที่มีผู้นิยมากที่สุดในโลก
และเป็นกีฬาอาชีพ
จะมีในโอลิมปิคหรือไม่ ก็ไม่ทำให้กีฬาหมากนี้ยิ่งใหญ่หรืออ่อนด้อยลงแต่อย่างใด
การนำหมากรุกสากลบรรจุในซีเกมส์
น่าจะมองว่าเป็นโอกาสดียิ่งที่เราจะได้พัฒนากีฬาประเภทนี้ร่วมกับเพื่อนบ้าน
(แต่เราก็ทิ้งโอกาสที่ดีที่สุดอีกครั้งหนึ่งไป)

เหมือนเราจะบอกว่าอย่าไปสนใจมันเลย(หมารุกสากล) มาสนใจหมากรุกไทยกันดีกว่า..
เรากำลังบอกเพื่อนบ้านเรา หรือคนไทยด้วยกันเองล่ะ..

โดย : คนในมุ้ง Guest   [ 11/12/2005, 13:57:43 ]

ความคิดเห็นที่ : 20

อืม ก็พอเข้าใจคนในมุ้งน่ะครับ จริงๆ แล้ว คนในมุ้ง ก็มีความเป็น
ชาตินิยม สูง ไม่ต้องการ ให้ประเทศไทย ล้าหลัง หมากรุกสากล จนถูกเพื่อนบ้านในภูมิภาค ทิ้งห่าง
แต่เราก็ส่งเสริม 2 อย่าง พร้อมกัน
ได้นี่ ครับ เหมือนกับ เราเรียน ภาษาอังกฤษ ควบคู่ ไปกับ ภาษาไทย เพียงแต่คงต้องยอมรับ ว่า
นักการเมืองไทย ไม่สนใจหมากรุก
( อาจเป็นเพราะไม่มีช่องทางทำเงินได้มากเหมือน กีฬาประเภทอื่น)

ส่วน ความคิดที่ว่า

_ _ _ _ไม่ควรถือกีฬาแห่งชาติเป็นเกณฑ์ครับ
เพราะเค้าจะรอให้เป็นกีฬาสากลก่อนถึงจะอยากจัดแข่งในกีฬาแห่งชาติให้_ _ _ _

เป็นความคิดของ พี่กิ้ม ครับ เจ้าของ คห. ที่ 4 ตามหาได้ครับที่เวปหมากรุกไทยในไทยบีจี ใช้ชื่อ ว่า
+กิ้ม ถ้าเจอก็แนะนำตัวเลยครับ ว่า เป็นเจ้าของ คห. ที่ 38 ของกระทู้ซีเกมส์หมากรุกไทย
และก็อย่าลืมให้เบอร์โทร กับ ที่อยู่ ด้วยน่ะครับ จะได้ไม่ผิดหวัง

โดย : เทวดาจร Member   [ 11/12/2005, 20:28:01 ]

ความคิดเห็นที่ : 21

จะเป็นลมอีกรอบ ......โอยๆ

โดย : จะเป็นลม Guest   [ 12/12/2005, 10:20:08 ]

ความคิดเห็นที่ : 22

จากคห.42
"ทำไงได้เมื่อผู้พิจารณาให้ความสำคัญกับเหรียญรางวัลมากกว่าการได้มีส่วนร่วมของผู้ชื่นชอบกีฬานั้นๆ

ยังมีเวทีอื่นๆให้ส่งอีกครับ "

ท่านขุนสันต์ครับหากไม่ใช่กีฬาแห่งชาติหรือกีฬาระหว่างประเทศแล้ว
ทั้งผู้จัดแข่งและผู้เข้าร่วมแข่งกีฬาไทยแทบจะไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆเลย
เรียกว่าคนจัดก็เข้าเนื้อ คนแข่งก็ต้องออกค่าใช้จ่ายในการเก็บตัวนักกีฬา ค่าเดินทาง ที่พัก ทั้งหมดเอง
แม้กระทั่งการลางานไปแข่งก็จะยากกว่าการลาไปแข่งกีฬาแห่งชาติหรือทีมชาติ

(เว้นแต่จะเป็นกีฬาที่หาสปอนเซอร์ได้ ซึ่งคงมีแค่เรือพายและว่าวเท่านั้น
คงเพราะโยงเข้ากับการท่องเที่ยวได้)



โดย : กิ้ม Guest   [ 13/12/2005, 11:08:08 ]

ความคิดเห็นที่ : 23

หมากล้อมมีความเป็นสากลกว่าหมากรุกสากลตรงไหน......

โดย : มั่วจังกึม Guest   [ 13/12/2005, 13:33:06 ]

ความคิดเห็นที่ : 24

หากเพราะหมากรุกไทยยังไม่เป็นสากลจึงไม่บรรจุลงกีฬาแห่งชาติ
ได้โปรดนำหมากรุกสากลที่สุดแสนจะสากลมาใส่ก่อนเถิด
สำหรับกีฬามหาวิทยาลัยที่ช่วงหนึ่ง ตัดหมากรุกไทยหมารุกสากลหมากฮอสออก
มีแต่หมากล้อม...............แสดงว่า หมากล้อมเป็นสากลยิ่งกว่าหมากรุกสากลไปแล้วหรือ
(ถูกใจซึซึอิมากเลย)

น่าจะเจ็บสีข้างกันบ้างนะพระเดชพระคุณ

และหากการไม่บรรจุหมากรุกไทยลงในกีฬาแห่งชาติเพราะกลัวว่าจะหาคนแข่งไม่ได้ แล้วจะไปคาดหวังอะไรในซีเกมส์
ในเมื่อกีฬาพื้นบ้านของไทย แต่คนไทยไม่ให้ความใส่ใจกันขนาดนี้ คนชาติอื่นจะมาหลงไหลได้ปลื้มหรือ..

โดย : คนในมุ้ง Guest   [ 13/12/2005, 13:56:52 ]

ความคิดเห็นที่ : 25

ซึซึอิขอเป็นกำลังใจให้กับสมาคมหมากรุกสากล

โอย ๆ ๆ เป็นลมดีกว่า

โดย : จะเป็นลม Guest   [ 14/12/2005, 08:24:25 ]

ความคิดเห็นที่ : 26

มิน่า ทำไมหมู่นี้ลมแรงผิดปกติ ที่แท้ก็มีคนเป็นลมบ่อยนี่เอง

โดย : เทวดาจร Member   [ 14/12/2005, 21:12:36 ]

ความคิดเห็นที่ : 27

ลองอ่านแล้วตีความกันดู
จากมติชนสุดสัปดาห์

วันที่ 09 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1321

กีฬาพาที

อณิมาน

เจ้าภาพ-เจ้าเหรียญทอง รอ"ต้นตำรับ"ปฏิวัติซีเกมส์

ปิดฉากลงอย่างบริบูรณ์ไปสดๆ ร้อนๆ สำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ประเทศฟิลิปปินส์
ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคมที่ผ่านมา
ท่ามกลางบรรยากาศอันร้อนระอุอันมีไทยเราเข้าไปเกี่ยวเนื่องด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สืบเนื่องจากการแสดงความคิดเห็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ต่อผลการแข่งขันที่น่าเคลือบแคลงสงสัยในหลายๆ ชนิดกีฬา
นำมาซึ่งกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากนักการเมืองและสื่อมวลชนของฟิลิปปินส์

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้รับการโหมกระพือให้รุนแรงขึ้นเมื่อสื่อท้องถิ่น* "ตีความ"*
และนำเสนอถ้อยคำที่ไม่รุนแรงขึ้นกว่าเก่า โดยเฉพาะการโปรยหัวข่าวโดยระบุอย่างจำเพาะเจาะจงว่า*
"นายกฯ ไทยกล่าวหาฟิลิปปินส์โกงซีเกมส์"*
แม้ว่าในเนื้อหาข่าวจะไม่มีถ้อยความใดชี้ชัดลงไปตามนั้นก็ตาม

ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
นักการเมืองของฟิลิปปินส์ก็ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยขอโทษรัฐบาลฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ
ก่อนที่สื่อจะยิ่งโหมกระพือข่าว
และมีกลุ่มม็อบจัดตั้งไปยืนประท้วงที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมะนิลา

ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า
องค์ประกอบสำคัญของความขัดแย้งในครั้งนี้คือการดึงกีฬาเข้าไปเกี่ยวพันกับการเมืองถึงกว่าครึ่ง
เนื่องเพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีบุคคลระดับผู้นำรัฐบาลคนใดออกมาวิพากษ์วิจารณ์การแข่งขันกีฬาเช่นนี้เลย

อย่างไรก็ดี คำพูดตอนหนึ่งของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับ* "เจตนารมณ์"*
ที่เปลี่ยนไปของมหกรรมกีฬาแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ก็เป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องในวงการกีฬาทั
้งภูมิภาคต่างไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน

จากประวัติศาสตร์การแข่งขันซีเกมส์ 23 ครั้งที่ผ่านมา ในช่วงต้น
ไทยเราจะผูกขาดตำแหน่งเจ้าเหรียญทองมาโดยตลอด กระทั่ง อินโดนีเซีย เข้าร่วมสหพันธ์ซีเกมส์
และร่วมแข่งขันครั้งแรกที่มาเลเซียในปี 2520
นับแต่นั้นขั้วอำนาจก็เปลี่ยนมือไปยังทัพนักกีฬาอิเหนาอย่างเกือบสมบูรณ์
จะเว้นเพียงครั้งเดียวคือครั้งที่ 13 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพและครองเจ้าเหรียญทองในปี 2528

รวมแล้วทั้งไทยและอินโดนีเซียต่างครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองกันฝ่ายละ 9 ครั้ง และมีพม่าแทรกแซงอยู่ 2
ครั้ง ส่วนที่เหลือ มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ได้ครองความยิ่งใหญ่ชาติละ 1 ครั้ง

แต่นับตั้งแต่ซีเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2538 เป็นต้นมา ทุกๆ
ประเทศที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ยกเว้นประเทศเล็กๆ อย่างบรูไนในซีเกมส์ ครั้งที่ 20 ปี 2542
จะต้องครองตำแหน่ง* "เจ้าเหรียญทอง"* ทุกครั้ง!

ความได้เปรียบด้านสนามกับเสียงเชียร์อาจจะเป็นองค์ประกอบหนึ่ง แต่เพราะได้เป็น* "เจ้าภาพ"*
นี่เองที่ถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด

เมื่อครั้ง* "เชียงใหม่เกมส์"*
ไทยเราอาศัยความเป็นเจ้าภาพสร้างข้อได้เปรียบเหนือชาติอื่นต่างๆ นานา อาทิ
การจัดโปรแกรมชิงเหรียญว่ายน้ำโดยเอารายการความหวังของคู่แข่งสำคัญอย่าง *โจเซลิน โยว*
เงือกสาวสิงคโปร์มาจัดติดๆ กัน เพื่อที่โยวจะได้ลงไม่ครบทุกรายการ หรือการจัดแข่งขันวิ่ง 4 คูณ 200 เมตร
ซึ่งไม่เคยปรากฏในมหกรรมกีฬาระดับสากล อีกทั้งการกวาดเหรียญทองมวยสากลสมัครเล่น 12 รุ่น
ของไทยก็ยังคงทิ้งข้อกังขาในความรู้สึกของเพื่อนร่วมภูมิภาคหลายๆ แห่ง

อย่างไรก็ดี ซีเกมส์ในครั้งนั้นได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นและ* "แรงบันดาลใจ"*
ให้กับเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งต่อๆ มาอย่างไม่ได้ตั้งใจไปทันที
เมื่อการแข่งขันเวียนไปจัดที่อินโดนีเซียอีกครั้งในอีก 2 ปีถัดมา
เจ้าภาพสามารถกอบโกยเหรียญทองเป็นประวัติกาลถึง 194 เหรียญด้วยกัน

พอซีเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่บรูไน
ไทยจึงประกาศศักดาขึ้นครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองนอกบ้านโดยเบียดแย่งกับมาเลเซียและอินโดนีเซียเป็นที่สนุก
สนาน (ไทย 64 มาเลเซีย 57 อินโดนีเซีย 44)

นับตั้งแต่นั้น ทั้งมาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 21-23 ตามลำดับ
ต่างคว้าเหรียญทองได้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองอย่างไร้คู่แข่ง
ท่ามกลางเสียงสะท้อนเรื่องคำตัดสินที่ไม่เป็นธรรมในหมู่ผู้ร่วมแข่งขันเป็นระยะๆ

**...ความเป็นไปดังกล่าวนี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งวงในวงนอกว่า
เจตนารมณ์การแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงทำให้มาตรฐานกีฬาซีเกมส์เปลี่ยนไปด้วย**

ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีข่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณออกมา สื่อมวลชนหลายๆ ชาติ ไม่นับฟิลิปปินส์
จึงแสดงความคาดหวังว่า ถ้อยคำนี้อาจเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้กับมหกรรมกีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยยกระดับมาตรฐานขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง เหมือนกับที่โฆษกรัฐบาลแถลงไปก่อนหน้านี้ว่า ซีเกมส์ ครั้งที่ 24
ที่ประเทศไทยในปี พ.ศ.2550 จะเป็นซีเกมส์ที่บริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุดเท่าที่จะทำได้

นั่นคือ "คำมั่น"
ที่ผู้ให้กำเนิดกีฬาซีเกมส์และต้นตำรับเจ้าภาพ-เจ้าเหรียญทองอย่างไทยเราต้องไม่ลืมเป็นอันขาด!!

หน้า 94

โดย : ลอกมา Member   [ 16/12/2005, 11:09:43 ]

ความคิดเห็นที่ : 28

จากความคิดเห็นที่ 53

มีความน่าสนใจหลายประการ และอาจโยงใยมาเกี่ยวข้องกับหมากรุกไทย

หัวเรื่องที่โปรยคือ เจ้าภาพ-เจ้าเหรียญทอง รอ"ต้นตำรับ"ปฏิวัติซีเกมส์

คำถามคือ ใครเป็นต้นตำรับ .. และ ปฏิวัติ อะไร ..

คำตอบอาจมองเห็นได้คร่าวๆ อย่างรวดเร็วจากหัวเรื่องที่โปรย

เมื่ออ่านจากเนื้อความก็จะพอสรุปได้ว่า การที่ประเทศเจ้าภาพ "ต้อง" เป็นเจ้าเหรียญทอง
กลายเป็น "เจตนารมณ์" ของประเทศที่มีโอกาสเป็นเจ้าภาพไปแล้ว
เห็นได้จากการจัดซีเกมส์ครั้งท้ายๆ หลายครั้ง ที่ประเทศเจ้าภาพล้วนเป็นเจ้าเหรียญทองแบบหายห่วง

และประเทศที่ได้รับเกียรติให้เป็น "ต้นตำรับ" ก็คือ ประเทศไทย !!!

ก่อนที่จะแสดงออกซึ่งอารมณ์ ที่มาจากความพอใจหรือไม่พอใจ..
จากการที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย..

ลองอ่านและทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนว่า นี่คือการกล่าวหาใส่ความ..
หรือการตีแผ่ความจริง..
และเหมาะสมหรือไม่..

ผู้เขียนบทความนี้ สมควรได้รับการก่นประนามสุดๆ .. หรือขอบคุณและสดุดีอย่างสูงส่ง..

"เจตนารมณ์" จาก "ต้นตำรับ" นำไปสู่ "แรงบรรดาลใจ"
แก่ประเทศเจ้าภาพครั้งต่อๆ มา

เจตนาและความแน่วแน่อย่างรุนแรงที่จะเป็นเจ้าเหรียญทองเมื่อได้เป็นเจ้าภาพ

ซึ่งนอกจากเกียรติยศชื่อเสียงที่คาดว่าจะได้รับจากประเทศอื่น ๆ
แสดงถึงความสำเร็จและความเป็นเลิศเหนือกว่าประเทศใดในภูมิภาค

ยังเป็นการตอบสนองทำให้คนในชาติพอใจ ภูมิใจ และสุขใจ
อันอาจเป็นการแสดงออกของแนวคิดชาตินิยม(ที่ไม่น่าจะถูกต้องและยั่งยืน)

หากเจตนารมณ์ของซีเกมส์ที่ควรจะเป็นการส่งเสริมกีฬาและสร้างความสมานสามัคคีในกลุ่มประเทศภูมิภาคเดียวกัน
ต้องกลับกลายเป็นว่าเพื่อความเป็นเลิศของประเทศเจ้าภาพ
การจัดซีเกมส์แต่ละครั้งจึงน่าจะเท่ากับเพื่อส่งเสริมยกย่องและแสดงถึงความสำเร็จด้านกีฬาของประเทศเจ้าภาพ
......................ก่อนการแข่งขันจะเริ่มด้วยซ้ำ !!

เมื่อรอบของการเป็นเจ้าภาพวนกลับมายังประเทศไทย

ประเทศที่เป็น "ต้นตำรับ" แห่ง "เจตนารมณ์" อันนำไปสู่ "แรงบรรดาลใจ" ( แบบ "ทีใครทีมัน".. ) และถูกนำไปแสดงให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ( ประเทศเจ้าภาพส่วนใหญ่สามารถปฏิบัติได้ตามเจตนารมณ์
.........เว้นแต่บรูไนที่ยังล้มเหลวและต้องปรับปรุงอีกมาก ! )

ก็เป็นที่จับตาว่า "ต้นตำรับ" จะยังคง "เจตนารมณ์" เดิมต่อไปหรือไม่..

นั่นคือการออกมารั้งให้ฉุกคิดของผู้เขียนบทความข้างต้น
อันเป็นการมองโดยเจตนาดีประกอบด้วยความรู้ในวงกว้าง
มิใช่โดยความรู้สึกชาตินิยมเพียงอย่างเดียว
และคาดหวังที่จะเห็นการ "ปฏิวัติ" โดยการยกเลิก "เจตนารมณ์" เดิมๆ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

และสำหรับหมากรุกไทย
การออกมาเปรยของบิ๊กวงการกีฬาที่จะนำกีฬาพื้นบ้านบรรจุในซีเกมส์ จึงเป็นที่กังขาว่าเพื่อสืบสาน
"เจตนารมณ์" เดิมของต้นตำรับ หรือไม่..

ทั้งๆ ที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเหลียวแลกีฬาประเภทนี้เลย

ส่วนใหญ่เราจะคิดเพียงว่าหมากรุกไทยมี "คุณค่า" พอที่จะบรรจุลงแข่งในซีเกมส์
จะโดยเพราะเป็นกีฬาที่ชอบและคิดว่าเป็นพัฒนการอีกขั้นหนึ่ง หรือเพราะชาตินิยมก็ตามแต่

อยากให้มองมุมกลับว่าหากการแข่งซีเกมส์ มี "เจตนารมณ์" ที่สืบสาน "แรงบรรดาลใจ"
กันเช่นนี้แล้ว จะมี "คุณค่า" เพียงพอที่หมากรุกไทยจะเข้าไปข้องเกี่ยวหรือไม่..

การออกมาทักท้วงถึงการตัดสินที่ไม่ยุติธรรมของกรรมการตัดสิน
โดยนายกรัฐมนตรีไทยต่อซีเกมส์ครั้งล่าสุดที่ฟิลิปปินน์ อันอาจกล่าวว่าเป็นการทุจริตระดับปฏิบัติ

ซึ่งจะทำให้ถูกจับตาเป็นพิเศษเมื่อเราต้องมาเป็นเจ้าภาพ

แต่เพื่อคง "เจตนารมณ์" ในฐานะ "ต้นตำรับ"
เราจึงเปลี่ยนเป็นการทุจริตระดับนโยบาย(หรือไม่) .. !!!!!!!

การนำกีฬาที่เพื่อนบ้านไม่คุ้นเคยเข้ามาแข่งขัน เป็นการประกันจำนวนเหรียญที่จะได้รับอย่างแน่นอน

เหตุผลความชอบธรรมก็หามาอ้างกันไป

เราคิดกันแง่ความยุติธรรมและความชอบธรรมเพียงใด..

กลายเป็นประหนึ่ง "หลักการอยู่เหนือเหตุผล"
หรือให้ชัดเจนและเข้าใจง่ายขึ้นคือ "นโยบายอยู่เหนือเหตุผล"
เพื่อตอกย้ำ "เจตนารมณ์" ที่เรา "ได้รับเกียรติ" ให้เป็น "ต้นตำรับ" ..

หมากรุกไทยเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเพื่อคง "เจตนารมณ์" เท่านั้นหรือ..
ไม่ต่างจาก "วิ่ง 4x200 เมตร" ในซีเกมส์ครั้งจัดที่เชียงใหม่..
ไม่ต่างจาก "ไหว้ครูมวยไทย" ในอินเดอร์เกมส์ครั้งแรกที่เราเป็นเจ้าภาพ..

หากเป็นเช่นนั้นแล้ว เราคิดถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่หมากรุกไทยที่เรารักกันหรือไม่..

และหากเราคิดว่าประเภทกีฬาที่เราบรรจุเข้าไปมีคุณค่าพอ กระทั่งมองข้ามเหตุผลอื่นๆ ไปทั้งหมด
สมมุตินะ..สมมุติ
.......ที่ฟิลิปปินส์ มีการประกวดร้องเพลงสากล ก็มีชาติต่างๆ เข้าร่วมกันแข่งขันหลายประเทศ
แต่ประเทศไทยไม่ส่ง

.......พอถึงเวลาที่เราเป็นเจ้าภาพ เราก็จะให้มีการแข่งขันประกวดร้องเพลงไทย..

เราบอกว่าเพลงไทยนี้ดีมีคุณค่า มีสุนทรรียภาพทางภาษา มีความผสมกลมกลืนกันอย่างไพเราะ ฯลฯ

เราคิดกันไหมว่าชาติเพื่อนบ้านเราจะคิดอย่างไร..

การร้องเพลงในภาษาที่เขาไม่เข้าใจความหมาย ไม่เคยรู้ถึงท่วงทำนอง ไม่รู้ถึงข้อกำหนดใดๆเลย
.....อาจกระทั่งไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ !!

นึกภาพดูแล้ว .....ไม่จืดจริง ๆ

และซีเกมส์ครั้งถัดไปอีก หากประเทศลาวที่ป็นเจ้าภาพและมี "แรงบรรดาลใจ" ที่จะคง
"เจตนารมณ์" ของ "ต้นตำรับ" แล้วเราต้องไปแข่งประกวดร้องเพลงลาวล่ะ..

และโดยการสมมุติอีกเช่นกัน..ย้ำว่าสมมุติ
หากให้มีการแข่งประกวดร้องเพลงไทยในระดับภูมิภาคได้แล้ว
ต่อไปหากในระดับเดียวกันจะให้มีแข่ง หมอลำ หรือลิเก เพิ่มเติม ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

แต่ที่สุดแล้ว หากจะให้ "หลักการอยู่เหนือเหตุผล" จริงๆ แล้ว
ขอให้คาดผลที่จะตามมาในที่สุดกันให้มากๆ

และสำรวจดูถึง . . . . .
+ ความพร้อมและคำถามจากชาติอื่นๆ ..
+ ความพร้อมของเราเอง..
+ เราเข้าใจสภาพของกีฬานี้กันเพียงใด

บางทีเราอาจจะได้คำตอบว่า จะส่งเสริมและพัฒนากีฬาหมากรุกไทย (ถึงบรรทัดนี้ น้ำตาร่วงไปหลายแหมะ)
ไปในทิศทางใด..

ควรจะผูกติดหรือคาดหวังกับกีฬาภูมิภาคที่ 2 ปีจัดครั้ง..
และเราไม่ได้เป็นเจ้าภาพทุกครั้งหรือไม่..





แค่หากเราไม่ต้องการให้ได้ชื่อว่าเอาเปรียบโดยการเข้าไปช่วยเตรียมความพร้อมของชาติเพื่อนบ้าน ...
ก็จะแสดงความไม่พร้อมของเราเองให้ปรากฏ

โดย : คนในมุ้ง Member   [ 17/12/2005, 16:06:34 ]

ความคิดเห็นที่ : 29

ไม่อยากให้มองด้านเดียวว่าการจัดแข่งกีฬาพื้นบ้านเป็นการงกเหรียญ
เพราะอีกด้านหนึ่งที่มีคือเจตนาในการเผยแพร่กีฬาที่ตัวเองรักยังมีอยู่
ยกตัวอย่างให้เห็นนะครับ เช่น
ระดับสูงวงการกีฬาของไทยไม่เคยมาเหลียวแลกีฬาที่ไม่ใช่กีฬาสากล
แต่นายกสมาคมกีฬาไทยฯ(ดูแลหมากรุกไทยด้วย)อยากผลักดันหมากรุกไทยเข้าสู่ซีเกมส์
เจตนาหลักของฝ่ายหลังไม่ใช่เหรียญนะครับแต่ต้องการให้กีฬาที่ตนเองรักมีคนเล่นมากขึ้นและอยู่สืบต่อไปอย่า
งถาวร
เพราะฝ่ายหลังรู้ว่าการบรรจุในซีเกมส์จะทำให้คนหันมานิยมเล่นมากขึ้น
ภาพพจน์ของผู้เล่นหมากรุกไทยจะดีมากขึ้น
ผู้บริหารระดับวงการกีฬาจะมาใส่ใจและจัดงบประมาณให้มากขึ้น

อิทธิพลของกีฬาระดับสากลมีผลต่อผู้ที่จะหันมาเล่นมากนะครับ
ลองคิดเล่นๆดูว่าถ้าหมากรุกสากลถูกบรรจุเข้าซีเกมส์อย่างถาวร
ก็จะมีแข่งขันในกีฬาแห่งชาติอย่างถาวรตามไปด้วย
ก็จะมีแข่งระดับเขตเพื่อคัดเลือกตัวแทนไปแข่งอีก
ในที่สุดก็จะมีกระดานหมากรุกสากลไปตั้งข้างๆกระดานหมากรุกไทยแทบทุกซุ้มหมากรุกในเวลาที่รวดเร็วมาก
ไม่ช้าผู้เล่นส่วนใหญ่ก็จะเล่นเป็นทั้งไทยและสากล
แต่ผู้เล่นรุ่นใหม่ๆจะเน้นเล่นหมากรุกสากลมากกว่าแน่นอน
แล้วที่สุดเมื่อเนิ่นนานไป
หมากรุกไทยจะเป็นเช่นเดียวกับ สกา
ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่รู้จักชื่อและยังอยู่ในความรับผิดชอบของสมาคมกีฬาไทยฯ
แต่ไม่มีเล่นจริงๆให้เห็นอีกแล้วในปัจจุบัน

โดย : กิ้ม Member   [ 18/12/2005, 08:58:18 ]

ความคิดเห็นที่ : 30

ชาติสมาชิกที่เป็นเจ้าภาพ ก็ได้รับสิทธิในการประชาสัมพันธ์กีฬาพื้นบ้านตนอยู่แล้ว
ไม่ใช่เรืองน่าเกลียดอะไร ถ้าได้รับสิทธิในเรื่องนี้แต่ไม่ยอมใช้ก็น่าเสียดาย ถ้าเวียดนาม
มีหมากรุกเวียดนาม อินโดนีเซีย มีหมากรุกอินโดนีเซีย มาเลเซียมี หมากรุกมาเลเซีย
พอเป็นเจ้าภาพแล้วบรรจุลงไปใน กีฬาซีเกมส์ ผมก็ว่าดีน่ะ จะได้มีความรู้กว้างขวางขึ้น
ผมก็อยากเล่นหมากรุกลาว หมากรุกมาเลเซีย หมากรุกอินโดนีเซียเป็น แต่เสียดายที่ชาติเหล่านี้ไม่มี
หมากรุกประจำชาติ

โดย : เทวดาจร Member   [ 19/12/2005, 10:40:41 ]

ความคิดเห็นที่ : 31

หมากรุกไทยยังคงถูกมองว่าเป็นเกมการพนันมากกว่าเป็นเกมกีฬา
การรีบนำเข้าไปแข่งซีเกมส์นั้นผมว่ายังเร็วไป แต่หากเราช่วยกันวางรากฐานค่อยๆ
พัฒนาให้เป็นระบบมากกว่านี้ ถึงมันจะช้าไปบ้าง
แต่ผมว่าในระยะยาวหมากรุกไทยของเราคงเป็นที่ยอมรับของนานาชาติได้ และอย่ามองว่าคนที่มองต่างมุมจากท่าน
เป็นฝ่ายที่ไม่เข้าท่า เหรียญยังมีสองด้านน่ะครับ

โดย : กชกรพรพรรณ Member   [ 20/12/2005, 02:04:33 ]

ความคิดเห็นที่ : 32

จากความเห็นแรกๆ ประเทศแถบนี้หลายประเทศมีหมากรุกที่กติกาเหมือนหมากรุกไทย
เพราะงั้นเอาเข้าจริงๆแน่ใจหรือว่าไทยจะได้เปรียบ กีฬานี้มันโกงกันยากด้วยนะครับ
จริงสิ นี่อาจเป็นเหตุผลที่ไม่จัดกีฬานี้ เพราะมันไม่แน่ว่าจะใช้โกยเหรียญได้

โดย : _Opera_ Member   [ 21/12/2005, 11:14:01 ]

ความคิดเห็นที่ : 33

เพิ่มเติมให้ คห.26 ตะกร้อคิงส์คัพปีนี้ คู่ชิง กลายเป็น ไทย Vs ญี่ปุ่นครับ

โดย : MrDrunk Member   [ 22/12/2005, 15:31:46 ]

ความคิดเห็นที่ : 34

ต่อ ความคิดเห็นที่ : 65

เพิ่มเติมให้ คห.26 ตะกร้อคิงส์คัพปีนี้ คู่ชิง กลายเป็น ไทย Vs ญี่ปุ่นครับ

ข่าวจริงคือ ไทยตัดเชือกกับญี่ปุ่น ที่พลิกล๊อคชนะเวียตนาม ไทยชนะเข้าไปชิงกับมาเลย์เซีย

ชิงชัยเหรียญทองในคิงส์คัพ (เฉพาะชาย)
ประเภททีม ไทยชนะมาเลเซีย 2 ทีมรวด
ประเภทตะกร้อคู่ทีมชาย (D.1) ไทยเอ ชนะไทยบี
ประเภทตะกร้อคู่ทีมชาย (D.2) เกาหลีใต้เอ ชนะเกาหลีใต้บี
ตะกร้อลอดห่วงสากล ทีมไทยชนะแชมป์ซีเกมส์(23) เมียนม่าร์

โดย : ก๊อปมา Member   [ 22/12/2005, 18:08:04 ]

ความคิดเห็นที่ : 35

อ่านมากๆได้ความรู้ดีครับ
อ่านจากเวปของสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทยซึ่งรับผิดชอบโดยตรงบ้างดีกว่าปฐมเหตุแห่งการบรรจุเข้าสู่กีฬาระดั
บชาติ
ข้อความในเวปบางเวปทำโดยผู้จัดทำเอง อาจใส่ข้อมูลความเห็นส่วนตัวลงไป
ข้อมูลดีๆยิ่งอ่านยิ่งได้ความรู้ครับ
อ่านบทความในอินเตอร์เน็ทก็เหมือนอ่านหนังสือพิมพ์
ไม่อ่านก็จะโง่ แต่ถ้าเชื่อหมดก็จะแย่เหมือนกัน

จาก เวปของสมาคมตะกร้อฯhttp://www.takrawthai.com/history/takraw/his_takraw.htm

ปฐมเหตุแห่งการบรรจุเข้าสู่กีฬาระดับชาติ

ระหว่างเดือน มีนาคม – เมษายน 2508 สมาคมกีฬาไทยฯ ได้จัดงานเทศกาลกีฬาไทย
โดยมีการแข่งขันว่าว,กระบี่กระบอง และตะกร้อ ณ.ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ ซึ่งในปีนั้น สมาคมกีฬาตะกร้อ
จากปีนังประเทศมาเลเซีย ได้นำวิธีการเล่นตะกร้อของมาเลเซีย คือ เซปัก โบลา จาริง
มาเผยแพร่ให้คนไทยรู้จักในเชิงเชื่อสัมพันธ์ไมตรี และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกติกาของไทยด้วย

สมาคมกีฬาไทย ฯ ได้จัดให้มีการแข่งขันสาธิตตะกร้อของทั้งสองประเทศ ระหว่างไทยกับมาเลเซียขึ้น
โดยผลัดกันเล่นตามกติกาของมาเลเซีย 1 วัน , เล่นแบบกติกาของไทย 1 วัน

กติกาของไทยสมัยก่อน เรียกว่า ตะกร้อข้ามตาข่าย มีฝ่ายละ 3 คน เรียกว่า มือหนึ่ง – มือสอง- มือสาม
สนามแข่งขันกันอยู่ในปัจจุบัน โดยคะแนนจบเกมที่ 15 แต้ม และเปลี่ยนแปลงมาเป็น 21 แต้ม ในปัจจุบัน





การสาธิตระหว่างไทย กับ มาเลเซีย

วันแรก เล่นกติกาของไทย ปรากฏว่า ไทย ชนะด้วยคะแนน 21 ต่อ 0


นักกีฬาตะกร้อไทย ประกอบด้วย



1. จ.ส.ต. เจริญ ศรีจามร (เสียชีวิตแล้ว)

2. ร.อ. จำเนียร แสงสม (เสียชีวิตแล้ว)

3. นายชาญ ธรรมวงษ์ (เสียชีวิตแล้ว)



วันที่สอง เล่นกติกาของมาเลเซีย ปรากฏว่า มาเลเซีย ชนะด้วยคะแนน 15 ต่อ 1


นักกีฬาตะกร้อไทย ประกอบด้วย

1. ส.อ. สวัลย์ วงศ์พิพัฒน์ (เสียชีวิตแล้ว)

2. นายประเสริฐ นิ่มงามศรี (เสียชีวิตแล้ว)

3. นายสำเริง หวังวิชา (ยังมีชีวิต)



เมื่อผลการสาธิตหรือทดสอบออกมารูปนี้ แสดงให้เห็นว่าต่างฝ่ายก็ถนัดหรือมีความสามารถในกติกาของตน
จึงได้มีการพิจารณาร่วมกันกำหนดกติกาการเล่นตะกร้อขึ้นใหม่
เพื่อจะได้บรรจุเข้าเข่งขันในกีฬาเซียพเกมส์ต่อไป



ข้อตกลงมีว่าวิธีการเล่นและรูปแบบของสนามแข่งขัน ให้ถือเอารูปแบบของมาเลเซีย ส่วนอุปกรณ์การแข่งขัน
(ลูกตะกร้อ – เน็ต) และขนาดความสูงของเน็ต ให้ถือเอารูปแบบของไทย และได้ตั้งชื่อกีฬานี้ว่า “ เซปัก
ตะกร้อ “ เป็นภาษาของ 2 ชาติรวมกัน กล่าวคือ คำว่า “เซปัก” เป็นภาษามาเลเซีย แปลว่า “เตะ”
คำว่าตะกร้อเป็นภาษาไทย



กีฬาเซปักตะกร้อ ได้บรรจุเข้าแข่งขันในเซียพเกมส์ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2508 ปรากฏว่าทีมไทย แพ้มาเลเซีย
อย่างราบคาบ (แพ้ทั้ง 3 ทีม)



สังเกตนะครับเขาบอก
"กีฬาเซปักตะกร้อ ได้บรรจุเข้าแข่งขันในเซียพเกมส์ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2508 "

โดย : กิ้ม Member   [ 23/12/2005, 17:34:19 ]

ความคิดเห็นที่ : 36

ประดาความจริงที่กอร์ปโดยข้อมูลและสถิตินานาในเรื่องการแข่งขันตะกร้อนั้น
ล้วนมีการบันทึกแลถูกเก็บไว้แล้ว อยู่ที่จักค้นหาเยี่ยงไรแลจักนำข้อมูลใดมากล่าวอ้าง

จึงนำมาเพิ่มเติมเพื่อความแตกฉานยิ่งขึ้น

****************************
ประวัติการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๑ - ๒๐

ครั้งที่ ๑ กีฬาแหลมทอง ( ซีเกมส์ ) จัดขึ้นครั้งแรกในระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๗ ธันวาคม ๒๕๐๒
ได้ทำพิธีเปิดที่สนามกีฬาแห่งชาติ พระบาท - สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯมีพระ - ราชดำรัสกล่าวเปิดการแข่งขัน โดยมีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน ๖
ประเทศ คือ พม่า ลาว ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด ๖๕๓ คน
เป็นนักกีฬาชาย ๔๘๐ คน นักกีฬาหญิง ๓๘ คน และเจ้าหน้าที่ ๑๓๕ คน มีการแข่งขัน ๑๒ ชนิดกีฬา คือ กรีฑา
แบดมินตัน บาสเกตบอล มวยสากล จักรยาน ฟุตบอล เทนนิส ยิงปืน ว่ายน้ำ เทเบิล - เทนนิส วอลเลย์บอล
ยกน้ำหนัก สำหรับประเทศไทย ส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด ๑๙๔ คน แบ่งเป็นชาย ๑๑๕
คน หญิง ๒๑ คน เจ้าหน้าที่ ๑๘ คน

ครั้งที่ ๒ กีฬาแหลมทองครั้งที่ ๒ ประเทศพม่าเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ในระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๖
ธันวาคม ๒๕๐๔ มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน ๗ ประเทศ คือ สิงคโปร์ ลาว ไทย เวียดนาม พม่า มาเลเซีย
และกัมพูชา มีชนิดกีฬาที่ทำการแข่งขัน ๑๓ ประเภท คือ กรีฑา แบดมินตัน บาสเกตบอล มวยสากล จักรยาน ฟุตบอล
เทนนิส ยิงปืน ว่ายน้ำ เทเบิล - เทนนิส วอลเลย์บอล ยกน้ำหนัก และเรือใบ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด
๘๒๑ คน เป็นนักกีฬาชาย ๕๖๔ คน นักกีฬาหญิง ๕๙ คน และเจ้าหน้าที่ ๑๙๘ คน สำหรับประเทศไทย
ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด ๑๔๐ คน แบ่งเป็นชาย ๑๑๙ คน หญิง ๒๑ คน เจ้าหน้าที่ไม่มีข้อมูล

ครั้งที่ ๓ กีฬาแหลมทอง ครั้งที่ ๓ ประเทศกัมพูชา เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ในปี ๒๕๐๖
แต่เมื่อถึงกำหนด กัมพูชาไม่สามารถจัดการแข่งขันได้
เนื่องจากระยะนั้นเขมรได้ตัดสัมพันธ์ไมตรีกับไทยกรณีพิพาทเรื่องเขาพระวิหารกับไทย
ซึ่งกัมพูชาเห็นว่าประเทศไทยเป็นเจ้าของกีฬาแหลมทอง จึงไม่ยอมจัดการแข่งขันตามกำหนด
การแข่งขันกีฬาแหลมทองจึงต้องเลื่อนออกมาจัดใน ปี ๒๕๐๘ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๒๑ ธันวาคม ๒๕๐๘ การแข่งขันกีฬาแหลมทอง ประเทศมาเลเซีย
มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน ๗ ประเทศ คือ พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา ไทย สิงคโปร์ และ มาเลเซีย
มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด ๑ , ๓๑๐ คน เป็นนักกีฬาชาย ๗๓๗ คน นักกีฬาหญิง ๒๑๖ คน และเจ้าหน้าที่
๓๕๗ คน มี ๑๔ ประเภทกีฬา คือ กรีฑา แบดมินตัน บาสเกตบอล มวยสากล จักรยาน ยูโด เทนนิส ยิงปืน
เซปัคตะกร้อ ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอล ฟุตบอล และ ยกน้ำหนัก

****************************
เปนเพียงส่วนหนึ่งนำมาจาก
http://www.mots.go.th/phitsanulok/sport.htm#1


อยากให้ค้นเปนการเพิ่มเติมว่าเหตุใดไหว้ครูมวยไทยในอินดอรเกมส์จึงถูกวิจารณ์ว่าเปนการยัดเยียด
ทั้งที่ในซีเกมส์ก็มีแข่งเฉกกัน แต่กระแสการวิจารณ์กลับเบาบางยิ่งกว่านัก

แลเหตุใดการส่งเสริมกีฬาที่มีลักษณะเปนการประกวด มิต่างจากเพาะกาย ลีลาศ แลร้องเพลงไทยนี้
จึงมีผู้สรุปว่าที่ผ่านมาเปนวิธีการอันมิควรยิ่งนัก

โดย : คนหมากรุกฯ Member   [ 24/12/2005, 10:43:26 ]

ความคิดเห็นที่ : 37

เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เห็นชัดนะครับว่าข้อมูลหรือบทความจากเวปนั้นบางทีก็มั่วได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ที่สำคัญ ๒ บทความที่ขัดแย้งกันอยู่ในเวปเดียวกันเลย
ยิ่งกว่านั้นยังเป็นเวปของสมาคมเสียอีก

โดย : กิ้ม Member   [ 24/12/2005, 23:24:56 ]

ความคิดเห็นที่ : 38

เอาง่ายๆเลยนะครับ

ประเทศไทยส่งตัวแทนไปแข่งเกมออนไลน์ระดับโลก และได้แชมป์มาหลายงานแล้ว
เด็กไทยก็เล่นเกมออนไลน์กันเต็มบ้านเต็มเมือง ผมอยากถามว่า
เกมออนไลน์น่าสนับสนุนในระดับนานาชาติมากกว่าหมากกระดานหรือไม่

โดย : นายใจวิ่ง Member   [ 25/12/2005, 00:54:28 ]

ความคิดเห็นที่ : 39

ถ้าได้จัดจริงก็ขอเป็นกำลังใจกับทีมงาน เพราะต้องเตรียมงานหลายด้านรวมทั้งกติกาที่ต้องชัดเจน
เป็นกำลังใจนะครับ

โดย : Trama Member   [ 25/12/2005, 01:23:29 ]

ความคิดเห็นที่ : 40

จากคห.๗๒ นะครับ
"ส่วนพม่าขณะนั้นท่านกล่าวว่ายังเล่นตะกร้อข้ามตาข่ายยังไม่เป็นครับ"
ตะกร้อข้ามตาข่ายนะครับ อ่านให้ชัดๆ

และจากคห ๗๘
"อ่านกระทู้นี้แล้ว เห็นได้ชัดว่ากิ้มนี่มั่วสุดขีด
ไม่รู้จริง ไม่รู้จักค้นคว้า จับใจความไม่ได้ ทำให้สรุปไม่เป็น
ชาตินิยมแบบผิดๆ
และใช้สีข้างมากกว่าสมอง"

แต่คห.๖๖ ของท่านก็อปมานี่นำเสนอข้อมูลผิดๆมหาศาล
ส่วนผมก็นำเสนอข้อมูลจากทั้งเอกสารและบุคคล
แล้วมั่วตรงไหน ไม่รู้จักค้นคว้าตรงไหน
และจับใจความไม่ได้ตรงไหน หุๆๆๆ

ถ้อยคำของท่านใช้เบาๆหน่อยก็ได้ครับ คนในเวปด้วยกัน
อย่านึกว่าในเวปใช้นามแฝงไม่มีใครเห็น เผื่อลูกท่านที่บ้านมันเห็นเข้าจะนึกยังไง
ก็ว่ากันไปครับ
ตอนนี้คนที่อ่านตั้งแต่กระทู้แรกๆคงรู้แล้วว่าท่านว่าใคร ใช้สีข้างมากกว่าสมอง
แถมยังมารยาทที่เหมือนคนขาดอะไรไปอีก
ความเป็นผู้ใหญ่นะครับ มีรึเปล่า ?




โดย : กิ้ม Member   [ 25/12/2005, 08:41:56 ]

ความคิดเห็นที่ : 41

จะพัฒนากีฬาอะไรก็ได้แต่ขอให้มีการพัฒนาทางจิตใจ น้ำใจนักกีฬา ทางสมอง ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ
เถียงกันไปเรื่อยๆอย่างเลื่อนลอย พัฒนาอะไรก็ดีทั้งนั้น ต้องพัฒนาที่ตัวบุคคลด้วย
ไม่ใช่จะเอากีฬาอันโน้นอันนี้มาลง แต่หากไม่พัฒนาแล้วก็อย่าไปเสียเวลาเลย เสียดาย

โดย : venice Member   [ 26/12/2005, 11:51:25 ]

ความคิดเห็นที่ : 42

ไม่เข้าใจว่าจะเถียงกันไปทำไม..

ก็ "หมากรุก" ที่ใช้กติกาเกือบเหมือน"หมากรุกไทย" (จะเรียกชื่ออะไรก็แล้วแต่)
นั้นเป็นกีฬาที่แพร่หลายในกลุ่มประเทศ SEA Games อยู่แล้ว... พวกที่ anti-
ช่วยไปศึกษาข้อมูลมาก่อนนะครับ คราวหลัง...จะได้ไม่ต้องมาถกเรื่อง "ไร้ประเด็น" กันอีก

คห8 "ปีดข่าวให้ดี อย่าให้ CEO ของ ....รู้นะ เดี๋ยวโดนสกัดอีก......
ขำกันไหมเนี่ย?"... ผมว่าถึงตอนนี้ หลายๆคน คงจะ "ตาสว่าง" ขึ้นมาบ้างแล้วว่า หมากรุก
หรือหมากกระดานอื่นๆ นั้น คนที่ชอบเล่นก็มีจำนวนมากอยู่ ... และไม่สามารถเอาหมากกระดาน/กีฬาใดๆมา
"ฆ่าให้ตาย" ได้หรอก 555

โดย : Poompat Member   [ 15/02/2006, 21:18:47 ]

ความคิดเห็นที่ : 43

http://www.komchadluek.net/news/2006/02-28/spo--16824.html
จากคมชัดลึก 28 กุมภาพันธ์

โดย : ขุนสันต์ Member   [ 01/03/2006, 11:26:08 ]

  ขนส่งสินค้าจากจีน
  E-mail: webmaster@thaibg.com
Copyright 2002-2022 ThaiBG.com, All Rights Reserved